ชมรมคนรักเกาะสุรินทร์
รักนะ ... เกาะสุรินทร์

Home | Activity | Article | Webboard | Guestbook


ป่าชายเลน...อู่น้ำที่ต้องรักษา

ประชาชาติธุรกิจ


ในช่วงที่ผ่านมาได้มีโอกาสไปร่วม "โครงการปลูกป่าชายเลนเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" กับสภานิติบัญญัติแห่งชาติ รู้สึกตื่นเต้นมากเพราะเป็นครั้งแรกที่ได้ลงสัมผัสโคลนเลนนุ่มๆ เพื่อเข้าร่วมการปลูกป่าชายเลนกับน้องๆ นักเรียนที่ จ.สมุทรปราการ

เวลาไปทะเลหลายคนคงจะเคยสังเกตเห็นพื้นที่ริมฝั่งทะเลในบางแห่งเป็นดินเลนที่มีต้นไม้ขนาดกลางที่มีรากใหญ่ๆ คลุมอยู่เต็มไปหมด ถึงไม่บอกก็คงจะรู้ว่าภาพอันแสนมหัศจรรย์นี้มันมีชื่อว่า...ป่าชายเลน แต่รู้ไหมว่าป่าที่เรามองเห็นมันสำมะคัญอันใด

ป่าชายเลนคือ ป่าไม้ที่เกิดขึ้นบริเวณรอยต่อระหว่างแผ่นดินกับผืนน้ำทะเล ส่วนใหญ่จะเป็นไม้โกงกางที่เรามองเห็นต้นไม้ที่มีรากใหญ่นั่นแหละ เห็นแต่ภายนอกแต่รู้หรือไม่ว่ามันมีประโยชน์เหลือหลาย ใช้ทั้งทำฟืน เผาถ่าน นอกจากเจ้าโกงกางแล้วยังมีไม้ป่าชายเลนอีกหลายชนิดนำไปทำสิ่งก่อสร้างและกลั่นเป็นสารเคมี เช่น แทนนิน แอลกอฮอล์ กรดน้ำส้ม และน้ำมันดิน

ด้วยพันธุ์ไม้ที่อุดมสมบูรณ์เช่นนี้ ทำให้ป่าชายเลนเป็นที่วางไข่ แหล่งอาหาร แหล่งขยายพันธุ์ และที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นกุ้ง หอย ปู ปลา จนอาจเรียกได้ว่าเป็นอู่น้ำสำคัญที่หล่อเลี้ยงให้เราเติบโต นอกจากนี้ป่าชายเลนยังช่วยเป็นเกราะกำบังเพื่อช่วยลดความรุนแรงของคลื่นชาย ฝั่งทะเล ควบคุมการกัดเซาะพังทลาย พร้อมทั้งยังช่วยดักตะกอนสิ่งปฏิกูลและสารพิษ ต้องขอบคุณอู่น้ำแห่งนี้ที่ทำให้พวกเรามีอาหารอร่อยๆ ทาน และยังป้องกันภัยจากคลื่นทะเลที่แสนน่ากลัวอีกด้วย

คิดดูสิ ถ้าอู่น้ำเหล่านี้หายไปจะเกิดอะไรขึ้น เพราะในปัจจุบัน สิ่งที่น่ากังวลก็คือ พื้นที่ป่าชายเลนลดลงอย่างรวดเร็วจนน่ากลัว ในระยะเวลา 35 ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ.2504-2539 ป่าชายเลนหายไปจะเป็นหาดทรายเมืองไทยถึง 1 ล้านกว่าไร่ ! ถ้าไม่มีป่าชายเลน ก็ไม่มีไม้ ไม่มีสัตว์ แล้วเราจะมีชีวิตอยู่อย่างไร ?

ป่าชายเลนมีคุณค่ามากขนาดนี้ ถึงเวลาที่เราต้องร่วมมือกันอนุรักษ์แล้ว หลายหน่วยงานเริ่มให้ความสนใจที่จะอนุรักษ์ อู่น้ำที่สำคัญแห่งนี้ หนึ่งในนั้นคือกองทัพเรือซึ่งดำเนินการปลูกป่าชายเลนในพื้นที่ป้อมพระจุลจอมเกล้า จ.สมุทรปราการ มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2534 เป็นต้นมา จนในปัจจุบันมีพื้นที่ป่าชายเลนที่ป้อมพระจุลจอมเกล้าที่มีความอุดมสมบูรณ์เพิ่มขึ้นกว่า 1 พันไร่

คงสงสัยละสิว่า ที่ป้อมพระจุลจอมเกล้ามีอะไรบ้าง แล้วพวกเราจะมีส่วนร่วมกับเขาในการรักษาอู่น้ำนี้ได้อย่างไร

ในพื้นที่ป้อมพระจุลจอมเกล้า นอกจากจะใช้เป็นพื้นที่ในการอนุรักษ์ป่าชายเลนแล้ว ที่นี่ยังเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวในเชิงธรรมชาติเพื่อการอนุรักษ์อีกด้วย สถานที่สำคัญก็คือ "โรงเรียนศึกษาธรรมชาติป่าชายเลน" ซึ่งเป็นสะพานไม้ทางเดินเท้าผ่านป่าชายเลน พร้อมป้ายบอกชื่อพันธุ์พืชและสัตว์น้ำต่างๆ ถือเป็นแหล่งศึกษาความรู้จากสถานที่จริงในเรื่องธรรมชาติของป่าชายเลน ซึ่งดูตื่นตาไปด้วยโกงกางใบเล็ก โกงกางใบใหญ่ โพทะเล ลำพู ลำแพน เหงือกปลาหมอ จากปูก้ามดาบ กุ้งดีดขัน ปลาตีน ลิง ตะกวด งู นก เป็นต้น และสำหรับพวกเราที่อยากมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ ป่า มาเที่ยวทั้งทีก็ยังมีการร่วมปลูกป่าชายเลนในพื้นที่ซึ่งทางป้อมพระจุลจอมเกล้าได้จัดเตรียมเอาไว้ให้ด้วย ซึ่งเฉอะแฉะน่าดูแต่ก็คุ้มที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการพิทักษ์โลกของเรา เห็นไหม ? คนธรรมดาก็สามารถเป็นซูเปอร์ฮีโร่ได้โดยไม่ต้องรอซูเปอร์แมน !

ป้อมพระจุลจอมเกล้าไม่ได้มีทีเด็ดแค่นี้ ที่นี่ยังเป็นสถานที่ ท่องเที่ยวในเชิงประวัติศาสตร์อีกด้วย สถานที่ที่น่าสนใจก็คือ ศาลพระนเรศ-นารายณ์ พิพิธภัณฑ์แสดงเรื่องราวของป้อมพระจุลจอมเกล้า ป้อมปืนเสือหมอบ เรือหลวงแม่กลองและพิพิธภัณฑ์เรือหลวงแม่กลอง ทุกสถานที่มีเรื่องเล่าที่มาที่ไปทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจทีเดียว

สำหรับการเดินทางมายังที่นี่นั้น แสนจะสะดวกสบายเพราะอยู่ไม่ห่างจากกรุงเทพฯมากนัก อยู่บริเวณปากแม่น้ำเจ้าพระยา ต.แหลมฟ้าผ่า อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ ห่างจาก อ.พระประแดง 17 ก.ม. และห่างจากองค์พระสมุทรเจดีย์ 7 ก.ม.เท่านั้น สอบถามรายละเอียดได้ที่กิจการพลเรือน ป้อมพระจุลจอมเกล้า โทร.0-2475-6072 และ 0-2475-6214

แล้วคุณจะรู้ว่าคำขอบคุณจากป่าชายเลนมีค่ามากแค่ไหน

จากคุณ : พะยูนเกยตื้น green_turtle_60@hotmail.com  [11 Jun 2007 - 11:17:39]

ความคิดเห็นที่ 1

ป่าชายเลนหายไป 1 ล้านไร่=สัตว์น้ำหายไปกี่ล้านตัว

จากคุณ : jewyee959 jew_marit@hotmail.com  [11 Jun 2007 - 12:04:31]

ความคิดเห็นที่ 2

ไม่เพียงแต่ป่าชายเลน....ทั้งป่าบกก็เช่นกัน ที่ถูกบุรุกอย่างรุนแรง จนไม่หลงเหลือแล้ว

ทุกวันนี้ ถ้าเราคิดเพียงแต่จะปลูกป่าชายเลยอย่างเดียวไม่ได้แล้ว เราจะต้องปลูกป่าบก และปลูกจิตสำนึกไปด้วย

ไม่เช่นนั้น คนที่ปลูกป่าก็ปลูกกันไป คนที่ทำลาย ก็ทำลายกันไป......ต่างคน ต่างทำในความคิดของตนเอง สุดท้ายก็........."บัง" มาเยียน.....
















.....บังลัย......ไงคร๊าบบบ

จากคุณ : ฉลามขาว naris_dive@hotmail.com  [13 Jun 2007 - 8:59:33]


ต้อง login ก่อนนะจ้ะ ถึงจะตอบกระทู้ได้

© 2008 • Save Koh Surin Club