ชมรมคนรักเกาะสุรินทร์
รักนะ ... เกาะสุรินทร์

Home | Activity | Article | Webboard | Guestbook


ชวนเด็กหาดใหญ่หนีศูนย์การค้าไปเรียนวิชารักษ์คลองอู่ตะเภา

x-cite ไทยโพสต์

ชวนเด็กหาดใหญ่หนีศูนย์การค้าไปเรียนวิชารักษ์คลองอู่ตะเภา : อักขณิช ศรีดารัตน์ มูลนิธิชุมชนไท

"คลองอู่ตะเภา" เป็นธารน้ำธรรมชาติที่ไหลมาจากทิศใต้ผ่านทางด้านทิศตะวันตกและไหลไปทางทิศเหนือของตัวเมืองหาดใหญ่ ผ่านชุมชนต่างๆ ก่อนออกสู่ทะเลสาบสงขลา มีระยะทางยาวประมาณ 90 กิโลเมตร เป็นแหล่งน้ำดิบที่ใช้ในการผลิตน้ำประปาและใช้ประโยชน์ในการเกษตร อุตสาหกรรม และการอุปโภคบริโภคทั่วไป คลองอู่ตะเภาจึงเป็นเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงชีวิตและหล่อหลอมจิตใจผู้คนมายาวนาน

แต่ปัญหาป่าต้นน้ำถูกทำลาย ทางน้ำถูกกีดขวาง การบุกรุกพื้นที่คลอง การใช้สารเคมีในการทำเกษตรกรรม การระบายน้ำเสียลงสู่คลองของอาคารบ้านเรือน ตลาด โรงแรม และโรงงานอุตสาหกรรมที่ตั้งอยู่ตามแนวคลองและแนวคลองสาขามากกว่า 100 แห่ง เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้คลองอู่ตะเภาสภาพกลายเป็นเพียงแหล่งระบายของเสีย คลองจึงอยู่ในขั้นโคม่า ซึ่งผลจากการตรวจสอบคุณภาพน้ำ พบว่าคลองอู่เภามีค่าบีโอดี(BOD-มาตรฐานที่คณะกรรมการควบคุมมลพิษกำหนดไว้ ซึ่งไม่เกิน 20 มก./ล.) สูงขึ้นกว่าที่กำหนด ในขณะที่ปริมาณออกซิเจนละลายน้ำและค่าความเป็นกรดด่างต่ำลงอย่างเห็นได้ชัด

จากสภาพปัญหาที่รุมเร้าดังกล่าว ทำให้คนกลุ่มหนึ่งที่มีความห่วงใยและมองเห็นผลกระทบที่เกิดขึ้นกับคลองอู่ตะเภา รวมกันรณรงค์อนุรักษ์สายน้ำนี้ขึ้นในนาม "เครือข่ายรักษ์คลองอู่ตะเภา" โดยความร่วมมือกันของคนหาดใหญ่หลายภาคส่วน เช่น นักธุรกิจ ข้าราชการ นักวิชาการ นักการเมือง พระสงฆ์ องค์กรพัฒนาเอกชน สื่อมวลชน สถานศึกษา และประชาชนชาวหาดใหญ่ ซึ่งมีการร่วมกันทำกิจกรรมอนุรักษ์คูคลองมาอย่างต่อเนื่องในหลากหลายรูปแบบ

สิ่งที่น่าสนใจมากที่สุดก็คือ การดำเนินงานของเครือข่ายฯ ในช่วงที่ผ่านมา สามารถสร้างจิตสำนึกให้กับเยาวชนในท้องถิ่นได้อย่างดี ส่งผลให้เยาวชนเกิดความรักความห่วงใยต่อคลองอู่ตะเภา จนนำไปสู่การจัดทำหลักสูตรท้องถิ่นที่ชื่อว่า "วิชารักษ์คลองอู่ตะเภา" เพื่อนำไปจัดการเรียนการสอนในสถาบันการศึกษาในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา เพื่อปลุกจิตวิญญาณแห่งการอนุรักษ์สายน้ำให้เกิดกับเยาวชน โดยได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2545

อ.เบญจมาศ นาคหลง แห่งโรงเรียนพะตงประธานศิริวัฒน์ ในฐานะครูปฏิบัติการเล่าให้ฟังว่า หลักสูตรวิชารักษ์คลองอู่ตะเภา จะเน้นให้นักเรียนลงไปศึกษาของจริงจากชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมคลอง มีการชวนชาวชุมชน วัด สถานศึกษาที่อยู่ริมคลองมาเป็นวิทยากรและจัดทำหลักสูตรร่วมกัน โดยเนื้อหาของหลักสูตรจะเป็นแบบบูรณาการ ครอบคลุมทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม ประวัติศาสตร์ ภูมิปัญญาชาวบ้าน วัฒนธรรมและประเพณี ไม่ได้ทำเฉพาะเรื่องใดเรื่องหนึ่ง

ในส่วนของกิจกรรมอนุรักษ์สายน้ำนั้น ที่ผ่านมา ได้มีการทำกิจกรรมมาอย่างต่อเนื่อง เช่น
โครงการนักสืบสายน้ำ กิจกรรมเข้าค่ายเยาวชน การทำน้ำหมักชีวภาพบำบัดน้ำในคลอง กิจกรรมล่องคลอง สำรวจคุณภาพน้ำ และศึกษาสภาพปัญหา โดยช่วงแรกครูจะเป็นคนนำ แต่ปัจจุบันนี้นักเรียนจะลงมือทำกันเองทั้งหมด โดยครูจะคอยทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาอยู่ห่างๆ

"การเรียนการสอนตามหลักสูตรนี้ ทำให้เด็กๆ ได้สัมผัสกับปัญหา ได้ประสบการณ์จริง รู้จักชุมชนและรากเหง้าของตนเองมากขึ้น ทำให้เกิดความรักและห่วงใยท้องถิ่นของตนเอง โดยเฉพาะคลองอู่ตะเภา นอกจากนี้ยังทำให้ชุมชนเกิดการตื่นตัว องค์กรหรือหน่วยงานต่างๆ ก็เข้ามาช่วยสนับสนุน ส่วนโรงเรียนก็มีชื่อเสียง มีหลักสูตรเป็นของตนเองและกลายเป็นโรงเรียนต้นแบบในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของจังหวัด" อ.เบญจมาศ กล่าว

นวัตกรรมที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งที่เกิดจากหลักสูตรวิชารักษ์คลองอู่ตะเภา ก็คือ เด็กนักเรียนที่นั่นได้รวมกลุ่มกันตั้งกลุ่ม "ต้นกล้าเพื่อการอนุรักษ์คลองอู่ตะเภา" ขึ้น เพื่อร่วมกันอนุรักษ์คลองอู่ตะเภาผ่านกิจกรรมต่างๆ

จิรายุ คนินกิจก้อง อายุ 18 ปี นักเรียนชั้น ม.6 แกนนำกลุ่มต้นกล้าเพื่อการอนุรักษ์คลองอู่ตะเภา เล่าว่า หลังจากได้เรียนรู้จากครูแล้ว ก็มีการลงพื้นที่เพื่อสำรวจสายน้ำ และตรวจสอบคุณภาพน้ำของคลองอู่ตะเภาร่วมกับครูและชาวบ้าน พบว่าน้ำเน่าเสีย ปลาในคลองตาย ก็เลยเกิดความคิดที่จะร่วมกันจัดตั้งกลุ่มเยาวชนขึ้นในโรงเรียนเพื่อช่วยกันรณรงค์และประชาสัมพันธ์ให้ทุกคนมองเห็นถึงความสำคัญของคลองอู่ตะเภา และช่วยกันดูแลรักษาอย่างจริงจัง โดยช่วงแรกมีแกนนำที่เป็นนักเรียนประมาณ 7 คน จากนั้นก็ร่วมกันทำกิจกรรมต่างๆ เมื่อนักเรียนคนอื่นๆ เห็น ก็เข้ามาสมทบเพิ่มขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกประมาณ 300 คน และเมื่อต้นปี 2549 ที่ผ่านมา ก็ได้มีการจัดตั้งกลุ่ม "ต้นกล้าเพื่อการอนุรักษ์คลองอู่ตะเภา" ขึ้น เพื่อร่วมกันอนุรักษ์คลองอู่ตะเภาให้กลับมามีชีวิตชีวาและดำรงอยู่อย่างยั่งยืน

"พวกเราเป็นเพียง "ต้นกล้า" เล็กๆ ต้นหนึ่ง ที่กำลังเติบโต และมีเจตนารมณ์อย่างแน่วแน่ที่จะช่วยกันอนุรักษ์คลองอู่ตะเภาให้มีสภาพที่ดีขึ้นเหมือนอย่างในอดีต" จิรายุ บอก

ด้าน ปฐม คงแก้ว อายุ 17 ปี นักเรียน ชั้น ม.5 แกนนำกลุ่มต้นกล้าเพื่อการอนุรักษ์คลองอู่ตะเภา อีกคนหนึ่ง บอกว่า กิจกรรมที่กลุ่มทำอยู่อย่างต่อเนื่องตอนนี้ ก็คือ การสำรวจสายน้ำ การตรวจสภาพน้ำ เพื่อรายงานให้ทางหน่วยงานสิ่งแวดล้อมได้ทราบ โดยทางกลุ่มฯ จะมีการตรวจคุณภาพน้ำเดือนละครั้ง ซึ่งจะมีทั้งการวัดค่าดีโอ ความเป็นกรดด่าง การวัดค่าทางฟิสิกส์ และการสำรวจสิ่งมีชีวิตในน้ำ โดยนักเรียนจะเป็นคนทำเอง และในการทำงานแต่ละครั้ง ก็จะมีการแบ่งหน้าที่กันรับผิดชอบ บางทีมก็ทำหน้าที่วัดค่าดีโอ บางทีมก็วัดค่าทางฟิสิกส์ บางทีมก็สำรวจสิ่งมีชีวิตในน้ำ ไปกันแต่ละทีก็หลายสิบคน ซึ่งนอกจากจะได้รับความรู้แล้ว ก็ยังได้ความสนุกสนานเพลิดเพลินอีกด้วย

"ผมก็ได้รับการถ่ายทอดประสบการณ์มาจากรุ่นพี่อีกทีหนึ่ง เวลาทำงานก็จะสอนรุ่นน้องๆ ให้เขาได้เรียนรู้ไปด้วย เวลาพวกผมเรียนจบไป รุ่นน้องจะได้ทำเป็น ซึ่งก็เป็นเรื่องที่สนุกดีครับ ทำให้พวกเราได้เรียนรู้ของจริง ได้ความรู้ และทำให้มีความกระตือรือร้นที่จะช่วยกันอนุรักษ์คลองอู่ตะเภาซึ่งเป็นสายเลือดใหญ่ของพวกเราให้สามารถดำรงอยู่ตลอดไป" ปฐม บอก

"ต้นกล้าเพื่อการอนุรักษ์คลองอู่ตะเภา" จึงเป็นกลุ่มเยาวชนตัวอย่างที่มีความใฝ่ดีและมีความรักความห่วงใยต่อบ้านเกิดเมืองนอนของตนเอง เป็น "ต้นกล้า" ที่พร้อมจะเติบใหญ่และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาเมืองหาดใหญ่ให้เป็นเมืองที่มีความสุข สมดุล และน่าอยู่อย่างยั่งยืนในอนาคต.

จากคุณ : พะยูนเกยตื้น green_turtle_60@hotmail.com  [06 Nov 2006 - 11:53:19]


ต้อง login ก่อนนะจ้ะ ถึงจะตอบกระทู้ได้

© 2008 • Save Koh Surin Club