ชมรมคนรักเกาะสุรินทร์
รักนะ ... เกาะสุรินทร์

Home | Activity | Article | Webboard | Guestbook


เมนูสุขภาพ "สาหร่ายผักกาดทะเล"

ประชาชาติธุรกิจ


เปิดแฟ้มงานวิจัยเด็ด...! สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งตราด เมนูสุขภาพ "สาหร่ายผักกาดทะเล" โดย กาญจนา จินตกานนท์



นับเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่งของสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งจังหวัดตราด เนื่องจากก่อนหน้านี้มีงานวิจัยที่ประสบความสำเร็จมาแล้วหลายชิ้น โดยเฉพาะการเพาะเลี้ยงขยายพันธุ์ปลาย่ำสวาทหรือปลากะรังจุดฟ้า ล่าสุดนี้คณะวิจัยนำโดยนายธวัช ศรีวีระชัย หัวหน้าสถานีและนักวิชาการ สุวรรณา วรสิงห์, อรุณ ศรีอนันต์, ภาคภูมิ วงศ์แข็ง, ณรงค์ศักดิ์ ศิลาอาสน์, เพลิน เขียวน้อย ได้ทดลองเพาะเลี้ยง พัฒนาและแปรรูป "สาหร่ายผักกาดทะเล" เพื่อเป็นอาหารสุขภาพ และส่งเสริมให้เป็นอาชีพของเกษตรกรที่เหมาะอย่างยิ่งในยุคปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

"สุวรรณา วรสิงห์" นักวิชาการหัวหน้าโครงการทดลองเพาะเลี้ยงพัฒนาแปรรูปสาหร่ายผักกาดทะเล กล่าวถึงที่มาของโครงการนี้ว่า ได้นำพันธุ์สาหร่ายชนิดนี้มาจากสถาบันวิจัยอาหารสัตว์น้ำชายฝั่งจังหวัดชลบุรี เพื่อนำมาใช้บำบัดน้ำในบ่อเลี้ยงพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ปลากะรังจุดฟ้า และบ่อพ่อพันธุ์แม่พันธุ์หอยหวาน สังเกตเห็นว่าถ้าได้รับแสงแดดสม่ำเสมอสาหร่ายจะเจริญเติบโตแผ่เป็นแผ่นสวยงามภายในระยะเวลา 15 วันจะได้สาหร่ายในสัดส่วน 200 กรัมต่อกระชังเป็น 600-700 กรัมต่อกระชัง

ตั้งแต่เดือนมกราคม 2550 เป็นต้นมา ได้เริ่มนำสาหร่ายผักกาดทะเลมาทดลองเพาะเลี้ยงพัฒนาและแปรรูปเพื่อเป็นอาหาร และหาทางส่งเสริมให้เป็นอาชีพของเกษตรกรต่อไป เพราะต้นทุนต่ำใช้ระยะเวลาเพียง 15 วันก็สามารถจำหน่ายได้แล้ว ราคาซื้อขายประมาณกิโลกรัมละ 70 บาท ซึ่งขณะนี้ในพื้นที่บริเวณสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ต.อ่าวช่อ อ.เมือง จ.ตราด มีเกษตรกรเลี้ยงสัตว์น้ำเป็นจำนวนมากอยู่แล้ว

สาหร่ายผักกาดทะเล หรือสาหร่ายเผว มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Ulva lactuca (Linnaeus) ชื่อสามัญ sea lettuce สาเหตุที่เรียกว่าสาหร่ายผักกาดทะเลเพราะมีลักษณะของทอล ลัส (thallus) บางและแผ่กว้างคล้ายใบผักกาด มีความหนาของเซลล์ 2 ชั้น แผ่เป็นแผ่นเกาะกับพื้น พบในแหล่งน้ำกร่อยและทะเล สามารถนำมาเพาะเลี้ยงในบ่อเลี้ยงปลาหรือบ่อหอยหวานได้โดยใส่พันธุ์สาหร่ายลงไปในกระชังที่ทำจากท่อพีวีซีและตาข่ายพลาสติก พันธุ์สาหร่าย 8 กิโลกรัม เลี้ยง 30 วัน เก็บผลผลิตได้ 60 กิโลกรัม ต่อมาทุกๆ 15 วันเก็บเกี่ยวผลผลิตได้อีกครึ่งหนึ่ง

สาหร่ายชนิดนี้มีคุณค่าทางอาหารมากมายที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เหมาะกับสภาพสังคมปัจจุบัน ที่หลายคนรู้จักเลือกบริโภคอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการที่มาจากธรรมชาติ อย่างเช่น สาหร่ายชนิดต่างๆ โดยเฉพาะประเทศจีน ญี่ปุ่น เกาหลี สหรัฐอเมริกานิยมบริโภคสาหร่ายมานานแล้ว ว่ากันว่าสาหร่ายมีราคากิโลกรัมละ 5,000 บาท

สำหรับคนไทยเพิ่งนิยมหันมาบริโภคสาหร่ายทะเลแปรรูปในลักษณะเป็นของว่างสำหรับเด็ก และเป็นสารสกัดในรูปของอาหารเสริม ทั้งนี้มีผลการวิจัยจากมหาวิทยาลัยของบราซิลรายงานว่า องค์ประกอบทางเคมีของสาหร่ายผักกาดทะเลมีโปรตีน 13-18% ไขมัน 0.3-1.9% คาร์โบไฮเดรต 53-58% ใยอาหาร 9-12% เมื่อเปรียบเทียบกับไข่มีโปรตีน 10-15% เนื้อวัว 18-20%

นอกจากนั้น ยังมีวิตามินบี วิตามินซี แคลเซียม ไอโอดีน และคลอโรฟีลล์ที่ช่วยสร้างเม็ดโลหิตแดง ช่วยควบคุมความดันโลหิต ลดน้ำตาล รักษาให้แผลหายเร็ว รักษาโรคกระดูกผุ เป็นอาหารที่ย่อยง่าย ไขมันต่ำ จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักอีกด้วย

หัวหน้าโครงการวิจัยยังบอกอีกว่า วันนี้สถานีประสบความสำเร็จในการเพาะเลี้ยงสาหร่ายผักกาดทะเล และทดลองนำมาแปรรูปเป็นอาหารได้หลากหลาย เช่น สาหร่ายชุบแป้งทอด หรือเทมปุระ สลัดสาหร่าย ยำวุ้นเส้น สปาเกตตี

นอกจากนี้ ยังได้คิดค้นทำสาหร่ายแห้งโดยอบที่อุณหภูมิ 50 องศาเซลเซียส ใช้เวลา 10 นาที หรือนำมาแช่น้ำจืด 5 นาทีล้างน้ำสะอาดแล้วนำไปปรุงอาหารต่างๆ ได้เลย เช่น นำไปอบ ปั่นแห้งนำไปโรยในสลัด ใส่น้ำเต้าหู้หรือหมูสับได้ ขณะนี้สถานีได้ส่งตัวอย่างไปให้กรมวิทยาศาสตร์บริการเพื่อวิจัยองค์ประกอบธาตุอาหารเพื่อจัดพิมพ์ในซองที่บรรจุสาหร่ายแห้ง

หากเกษตรกรสนใจจะนำไปเพาะเลี้ยงเป็นอาชีพ ทางสถานีได้เตรียมพันธุ์ไว้ให้แล้ว หรือหากต้องการนำไปบริโภคจำนวนมาก หรือไปต่อยอดเชิงพาณิชย์ เรามีสาหร่ายสดๆ จำหน่ายราคากิโลกรัมละ 70 บาท และสาหร่ายอบแห้งขนาดถุงละ 30 กรัม ราคา 20 บาท

งานวิจัยดีๆ อย่างนี้หากมีการพัฒนาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ในลักษณะของสินค้าโอท็อปหรือเอสเอ็มอีคงน่าสนใจไม่น้อย เพราะความนิยมบริโภคในต่างประเทศมีอยู่แล้วแถมมีราคาแพงมาก


 
จากคุณ : พะยูนเกยตื้น green_turtle_60@hotmail.com  [13 Aug 2007 - 12:19:30]


ต้อง login ก่อนนะจ้ะ ถึงจะตอบกระทู้ได้

© 2008 • Save Koh Surin Club