เทคนิคและวิธีการดำน้ำSnorkelling / Skin Diving ให้สนุก
เคยเขียนลง Blog ไว้นานแล้วคิดว่าเอามาเผยแพร่ที่นี่
น่าจะมีประโยชน์กับ หลายคนที่เข้ามาดู เพราะส่วนใหญ่ที่ไปหมู่เกาะสุรินทร์
มักจะไปดำน้ำตื้น บางคนอาจจะยังไม่เคยใช้อุปกรณ์ ต่างๆ
วันนี้จึงอยากนำความรู้แล้ะประสบการณ์ ต่างๆมาเพื่อเป็นแนวทางคร่าวๆครับ
ผมจะแบ่งเป็น 4 ตอนหลักๆ ดังนี้
วิธีการ ดำน้ำให้สนุก
ตอนที่ 1. เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม
ตอนที่ 2. ฝึกการใช้อุปกรณ์ต่างๆให้ชำนาญ
ตอนที่ 3. เทคนิคการใช้อุปกรณ์ทุกอย่างร่วมกัน
ตอนที่ 4. ระวังอันตรายต่างๆที่อาจเกิดขึ้นได้ระหว่างดำน้ำ
เริ่มกันเลยนะครับ...
จากคุณ : RRT [06 Sep 2006 - 0:33:42] KoPoK likes it.
ความคิดเห็นที่
1
ตอนที่ 1. เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม
1.1 หน้ากาก
ควรต้องพอดีกับหน้า ไม่มีรอยฉีกขาด ก่อนลงน้ำปรับสายรัดศรีษะให้พอดีไม่แน่นหรือหลวมจนเกินไป ก่อนใช้งานควรทำการป้องกันการเกิดฝ้าบนกระจกหน้ากากดำน้ำไว้ก่อน (เรียกว่าการทำ Film)
- การทำฟิล์มบนหน้ากาก
บ่อยครั้งมากที่พวกเราเวลาดำน้ำอยู่ แรกๆก็มองทุกอย่างสวยใสดี หลังจากนั้นแค่ 5-10 นาที เราก็มองอะไรไม่เห็นกันแล้วเอน้ำก็ไม่ขุ่นนี่นา แล้วไฉนจึงเป็นเช่นนี้ ปรากฏว่าเจ้าหน้ากากของเรานั่นเองที่เกิดฝ้าไอน้ำจับ ที่กระจกหนาขึ้นเรื่อยๆ จนขาวไปหมด สาเหตุการเกิดฝ้าจับที่กระจกเกิดจาก ไอน้ำที่ออกจากลมหายใจของเรา ไปสัมผัสกับกระจก ซึ่งมีอุณหภูมิต่ำกว่า ทำให้ไอน้ำที่ว่าเกิดการควบแน่นตามหลักวิทยาศาสตร์ หากเราทำให้ไอน้ำไม่สามารถสัมผัสกับกระจกได้โดยตรงก็จะช่วยป้องกันปัญหานี้ได้จึงเป็นที่มาของการทำฟิล์มบนหน้ากาก
- หลักการทำฟิล์มบนหน้ากาก
ทำให้ผิวกระจกด้านใน มีแผ่นฟิล์มฉาบอยู่ที่ผิวด้วยวัสดุต่างๆ ที่สามารถใช้ทำฟิล์มได้ เพื่อป้องกันไม่ให้ ไอน้ำสัมผัสกับผิวกระจกโดยตรงแล้วเกิดจับตัวเป็นฝ้า
- วัสดุที่สามารใช้ทำฟิล์มได้
1. สบู่เหลวหรือยาสระผมบางคนใช้ซันไลน์ก็ได้
2. ยาสีฟัน
3. น้ำยา Anti Fog หาซื้อได้ตามร้านดำน้ำทั่วไปแต่แพงครับ ขวดประมาณ ยาหยอดตาราคาประมาณ 100- 200 บาท ไม่แนะนำให้ใช้ครับ
4. น้ำลาย อย่าตกใจครับผมไม่ได้เขียนผิดน้ำลายจริงๆครับ และเป็นวัสดุที่มีประสิทธิภาพที่สุด และประหยัดที่สุดด้วยครับ น้าลายของเรานี่แหละ(ถ้าเป็น 3 อย่างแรก สามารถขอของคนอื่นมาใช้ได้ แต่ถ้าเป็นน้ำลายไม่แนะนำให้ไปขอคนอื่นมาใช้แบบ 3 อย่างแรกนะครับ)น้ำลายที่ใสๆเหลวๆจะไม่ดีเท่าน้ำลายที่มีความหนืดเล็กน้อยครับ
* เทคนิคก่อนใช้น้ำลายควรดื่มน้ำก่อนล่วงหน้าสัก 1-2 นาทีนะครับ แล้วอย่าเพิ่งกินอะไรตามก่อนจะนำไปทำฟิล์ม
- วิธีการทำฟิล์มบนหน้ากาก
1. ล้างหน้ากากให้สะอาดโดยเฉพาะ บริเวณกระจกด้านใน แล้วทิ้งให้แห้งสนิท(ยกเว้นกรณีใช้น้ำลายจะใช้ได้ทุกสภาพการณ์ ไม่ว่าจะแห้งหรือเปียก)
2. เลือกใช้วัสดุที่ใช้ทำฟิล์มที่ชอบมา 1 ชนิดแล้วหยดลง บนกระจกด้านในทั้ง 2 ข้างเพียงเล็กน้อย ห้ามใส่เยอะนะเดี๋ยวจะแห้งไม่ทัน(หากเวลาน้อย) หรือหนาเกินไปแล้วลางไม่หมดอาจแสบตา
3. ใช้มือถูน้ำยาที่หยดลงไปกระจกโดยถูวนไปมาเป็นวงกลมให้ทั่วกระจกทั้ง 2 ข้าง ต้องถูจนน้ำยานั้นเริ่มแห้งจึงสามารถหยุดถูได้ดังนั้นถ้าใส่เยอะมันก็จะไม่แห้งสักที
4. รอจนกว่าจะดำน้ำจึงเอาหน้ากากที่ผ่านขั้นตอนที่ 3 ที่แห้งสนิทแล้วจุ่มลงน้ำจืด(ถ้าไม่มีก็น้ำทะเลก็ได้) แล้วกลิ้งๆล้างน้ำยาส่วนเกินออกจากกระจกแล้วเทน้ำทิ้ง หากใชน้ำยามากเกินอาจต้องทำการล้างส่วนเกินนี้ 2 ครั้ง ระหว่างการล้างห้ามใช้มือถูอีก และหลังจากนี้ก็ห้ามจับกระจกด้านในอีก ตลอดการดำน้ำกระจกจะใสอยู่ตลอดเวลา ปกติผมจะทำฟิล์มทิ้งไว้ตั้งแต่ก่อนนอนด้วยยาสระผมหรือสบู่เหลวเช้ามาจะได้พร้อมใช้งาน หรือถ้าขี้เกียจก็จะมาทำก่อนลงน้ำสัก 1 ช.ม. พอถึงเวลาลงน้ำก็แห้งพอดี จับจุ่มน้ำ 1 ทีกลิ้งๆใช้งานได้ทั้งวันไม่มีขุ่น หากใครลงไปแล้วรู้สึกว่าขุ่นก็ต้องแก้ขัดทำฟิล์มกันใหม่ด้วยน้ำลายไประหว่างนั่งเรือไปดำน้ำจุดต่อไปก็ได้ครับง่ายที่สุด
1.2 ท่อหายใจ(Snorkel)
ควรใช้แบบมีวาวล์ เพื่อไล่น้ำออกได้ง่าย เผื่อเวลาน้ำเข้าท่อจะได้ Clear น้ำออกจากท่อได้ง่าย(ราคาจะแพงกว่า แบบไม่มีวาวล์เล็กน้อย 100-200บ.) ก่อนลงน้ำปรับตำแหน่งของท่อกับหน้ากาก ให้เหมาะสมพบบ่อยมาก คนที่ดำน้ำไม่สนุกเพราะน้ำเข้าท่อและสำลักน้ำตลอดเวลา เพราะเวลาคว่ำหน้าลงน้ำแล้วปลายท่อไม่ตั้งฉากกับผิวน้ำแต่ ปลายท่อกลับทิ่มลงไปในน้ำ หรือสูงกว่าผิวน้ำ ไม่ถึง 10 ซ.ม. เวลาคลื่นมาทีน้ำก็เข้าตลอด ตรงนี้สำคัญมากถ้าแก้ตรงนี้ได้ ความสนุกสนานกับการดำน้ำจะมากขึ้นเป็น 10 เท่าเลยครับ
1.3 ชูชีพ
ต้องรัดสายทุกเส้นให้ถูกต้องและกระชับ โดยเฉพาะสายรัดเป้า คนส่วนใหญ่ 50% มักไม่รัด ปัญหาเมื่อไม่รัดคือเวลาลงน้ำ ชูชีพจะลอยขึ้นมาดันคอ หรือ ท่อหายใจ ให้อยู่ในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสม ทำให้เกิดปัญหาดังข้อ (1.2) ชูชีพควรมีนกหวีดเผื่อใช้กรณีขอความช่วยเหลือเมื่ออยู่ห่างไกลเรือ
1.4 ตีนกบ(ฟิน)
อุปกรณ์ชิ้นนี้ไม่จำเป็นนัก และเป็นดาบ 2 คม ประโยชน์หลักๆ คือช่วยให้เราแหวกว่ายไปในน้ำได้รวดเร็วขึ้นกว่าเดิม 5-10 เท่า ทำให้เกิดความคล่องตัวและประโยชน์อีกอย่างคือช่วยทำให้ตัวไม่จมเมื่อ ใส่หน้ากาก+คาบท่อ+ใส่ตีนกบ+คว่ำหน้าอยู่ในน้ำ+แล้วหายใจทางปาก ถ้าคุณทำ 5 อย่างที่ว่านี่พร้อมกัน ไม่ต้องมีชูชีพยังไงก็ไม่จมครับ(ใครทำแล้วจมเดี๋ยวพาไปเที่ยวหมู่เกาะสุรินทร์ฟรีเลย อิอิ) ใครไม่เชื่อลองพิสูจน์ดูได้ ส่วนข้อเสียคือ หากออกแรงตีฟินมากเกินไปอาจทำให้เกิดตะคริวได้ แต่ถ้าใส่แล้วใช้ไม่ถูกวิธีแทนที่จะแหวกว่ายได้เร็วขึ้น 5-10 เท่าเรากลับ ว่ายอยู่กับที่(หากเราตีฟินแบบพับข้อเข่าไปมา การตีฟินที่ถูกต้องคือ ขาเหยียดค่อนข้างตรงงอข้อพับเข่าได้เล็กน้อย) และปัญหาอีกอย่างของผู้ที่ยังไม่ชำนาญในการ Snorkeling แล้วใส่ฟินคือ ชอบยืนบนประการังเพราะไม่เจ็บขาทำให้ประการังพังครับ อันนี้ขอเลยอย่าทำเด็ดขาด หรือบางทีว่ายตีฟินไปโดนประการังหักโดยไม่ตั้งใจ ขอให้ระวังกันด้วยเหมือนกัน
===========================================
จากคุณ : RRT [06 Sep 2006 - 0:34:45] KoPoK likes it.
ความคิดเห็นที่
2
ตอนที่ 2. ฝึกการใช้อุปกรณ์ต่างๆให้ชำนาญ
2.1 หน้ากาก
วิธีทดสอบว่า หน้ากากนั้นเหมาะกับหน้าเราหรือไม่ ให้เอาหน้ากากมาทาบที่หน้า เก็บเส้นผมออกจากหน้ากากให้หมด คว่ำหน้าลงไม่ต้องรัดสายที่ศรีษะแล้วสูดหายใจเข้า ถ้าสูดหายใจเข้าแล้วเป็นสูญญากาศ อากาศไม่เล็ดลอดเข้ามาได้ ให้ปล่อยมือ ขณะที่ยังสูดหายใจเข้าอยู่ ถ้าหน้ากากยังติดอยู่ที่หน้าได้แสดงว่า OK ใช้ได้ ทำการปรับสายรัดศรีษะให้พอดี
2.2 ท่อหายใจ(Snorkel)
ติดตั้งไว้ด้านซ้ายของหน้ากากเสมอ ลองคาบและลองหายใจผ่านท่อดูเพื่อให้เกิดความเคยชิน การคาบท่อที่ถูกต้อง ให้สังเกตุว่าบริเวณที่คาบ จะประกอบด้วย ครีบที่เป็นแผ่นแบนๆ สำหรับปิดเหงือก และ เขี้ยวสำหรับกัด 2 ข้างระหว่างเขี้ยวทั้ง 2 ข้างจะมีรูสำหรับอากาศผ่านเพื่อหายใจ ส่วนระหว่างเขี้ยวกับครีบ จะมี ร่องสำหรับให้ฟันกัด การคาบท่อที่ถูกต้อง ฟันจะต้องอยู่ในร่องนี้ กัดเบาๆนะอย่าแรงเดี๋ยวขาด การคาบที่ผิดคืออมทั้งครีบเข้าไปในปากหรือกัดเขี้ยวแรงเกินไปทำให้เมื่อยปาก หรือที่กัดขาดได้
2.3 ชูชีพ
ปรับสายรัดต่างๆทุกจุดให้กระชับถูกต้องและเหมาะสม ดูนกหวีดว่าสามารถใช้การได้หรือไม่ ปกตินกหวีดจะอยู่ในกระเป๋าด้านซ้ายบริเวณอกของเสื้อชูชีพ
2.4 ตีนกบ(ฟิน)
การตีฟินที่ถูกต้องคือ ขาเหยียดค่อนข้างตรงงอข้อพับเข่าได้เล็กน้อย ตีฟินช้าๆในแนวดิ่งหากตีเร้วมากอาจเกิดตะคริวได้ การตีฟินที่ผิดวิธีคือ ตีฟินแบบพับข้อเข่าทั้ง 2 ข้างขึ้นลงไปมา จะทำให้เราไม่เคลื่อนที่
===========================================
จากคุณ : RRT [06 Sep 2006 - 0:35:21] KoPoK likes it.
ความคิดเห็นที่
3
ตอนที่ 3. เทคนิคการใช้อุปกรณ์ทุกอย่างร่วมกัน
3.1 สำหรับคนที่ยังไม่เคยใช้หน้ากากและท่อหายใจ หรือคนที่ยังใช้ไม่ชำนาญ ให้เริ่มดังนี้
3.1.1 หลังจากที่เตรียมหน้ากากและท่อหายใจเรียบร้อย ตามข้อ 2.1 และ 2.2 แล้ว ให้เอาหน้ากากมาใส่ที่หน้ายังไม่ต้องคาบท่อ แล้วลองหายใจเข้าออกทางปากช้าๆ 20 ครั้ง เพื่อฝึกให้ชินกับการหายใจทางปาก
3.1.2 หลังจากนั้นให้เริ่มคาบ ท่อหายใจ แล้วเริ่มฝึกหายใจทางปากผ่านท่อนี้ช้าๆ 20 ครั้ง หรือจนกว่าจะคุ้นเคย เพื่อให้ชินกับการหายใจทางปากผ่านท่อหายใจ
3.1.3 ต่อจากนั้นลองเอาหน้าจุ่มในถังน้ำขนาดใหญ่ที่สามารถคว่ำหน้าลงไปได้ แล้วลองฝึกหายใจผ่านท่อช้าๆ อีก 20 ครั้งหรือจนกว่าจะคุ้นเคย เพื่อให้ชินกับการหายใจทางปากผ่านท่อหายใจบนผิวน้ำ หากไม่มีถังน้ำขนาดใหญ่ให้เดินลงไปลองที่ทะเลเลยครับ(ใส่ชูชีพไปด้วยนะ) เดินไปสักที่น้ำลึกประมาณ เอว-อก แล้วลองทำตามที่บอก ฝึกหายใจผ่านท่อช้าๆ บนผิวน้ำสัก 20 ครั้ง หรือจนกว่าจะชิน เมื่อคิดว่า OK แล้วให้ลองคว่ำตัวลงบนผิวนำเต็มที่ ยกขาให้ลอยจากพื้น แล้วลองหายใจผ่านท่อขณะตัวลอยน้ำเต็มที่ดูอีก 20 ที อาจให้คนช่วยจับตัวไว้หากกลัวน้ำพัด
3.1.4 ถ้าทำได้ทุกขั้นตอนแล้ว ให้ลองแหวกว่ายดูได้เลยคุณจะพบว่ามันไม่ยากเลย ลูกแมวว่ายนำไม่เป็นก็ยังสามารถดำน้ำได้
3.2 เทคนิคการ Clear น้ำออกจากหน้ากาก
บางครั้งเวลาเราดำน้ำไปอาจมีน้ำเข้ามาทางหน้ากากได้บ้าง จากการที่หน้ากากไม่พอดี หรือใส่สายรัดหลวมไป หรืออาจเพราะมีเส้นผมอยู่ในหน้ากาก ก็แก้ที่ต้นเหตุกันก่อน จะได้ไม่ต้องมา Clear น้ำออกจากหน้ากากบ่อยๆ การ Clear น้ำออกจากหน้ากาก มี 2 แบบขึ้นอยู่กับแบบของหน้ากาก
3.2.1 หน้ากากแบบไม่มี วาวล์ Clear น้ำ ตรงจมูก(ซึ่งหน้ากากส่วนใหญ่จะเป็นแบบนี้)
ให้เริ่มจากการปรับท่าทางจากคว่ำหน้าในน้ำมา ให้ตั้งตัวตรงศรีษะพ้นน้ำ หรือจะใช้วิธีพลิกตัว(จะทำให้เราหงายท้อง เป็นท่าที่เราจะใช้พักตอนลอยอยู่ในทะเล)ขึ้นทางด้านซ้าย(ด้านที่ติด Snorkel) แล้วเผยอหน้ากากด้านใต้จมูกขึ้นเล็กน้อย แล้วหายใจออกน้ำก็จะออกจากหน้ากาหมดแล้วครับ เห็นไหมครับง่ายมากเลย วิธีนี้เป็นวิธีมาตรฐานสามารถใช้ Clear น้ำออกจากหน้ากากทั้งแบบมีวาวล์และไม่มีวาวล์
3.2.2 หน้ากากแบบมี วาวล์ Clear น้ำ ตรงจมูก(หน้ากากแบบนี้ไม่ค่อยพบเห็นบ่อยเหมือนแบบแรก อาจเป็นเพราะราคาที่แพงกว่าเล็กน้อย และรูปทรงที่ไม่ค่อยสวยงามนัก)
หน้ากากแบบนี้มีข้อดีตรงที่สามารถ Clear น้ำออกได้ง่ายกว่าแบบแรก ไม่จำเป็นต้องเงยหน้ามาพ้นน้ำก็สามารถ Clear น้ำออกได้ไม่เสียจังหวะในการชื่นชม หมู่มวลปลาและ ธรรมชาติใต้น้ำ ผมจึงชอบใช้หน้ากากแบบนี้มาก วิธีการ Clear น้ำออกของหน้ากากแบบนี้ก็คือ ถ้าหากมีน้ำเข้าไปในหน้ากากระหว่างดำน้ำ ให้เราพยายามกลิ้งน้ำมาลงตรงวาวล์นั้นแล้ว หายใจออกทางจมูก เบาน้ำก็จะออกไปหมดแล้วครับ หรือใครไม่ถนัดวิธีนี้จะไปใช้วิธีมาตรฐานแบบแรกก็ได้ไม่ว่ากัน
3.3 เทคนิคการ Clear น้ำออกจากท่อหายใจ
น้ำสามารถเข้าท่อได้ 2 ทางคืออาจถูกคลื่นซัดเข้ามาทางปลายท่อ หากเราจัดตำแหน่งของท่ออยู่ต่ำเกินไป หรือบริเวณที่อยู่ติดกับปากเราหากเราเผลออ้าปากในน้ำ ท่อหายใจก็มี 2 แบบเช่นเดียวกับหน้ากากคือแบบมีวาวล์ช่วย Clear น้ำตรงด้านใต้ กับแบบที่ไม่มีวาวล์ แต่เทคนิคการ Clear น้ำ ออกจากท่อจะเหมือนกันคือ ใช้การเป่าแบบกระชาก(เป่าแรงๆและเร็วๆ) น้ำจะออกจากปลายท่อ หรือ วาวล์ด้านล่าง ดังนั้นแบบไม่มีวาวล์ จะ Clear น้ำได้ยากกว่าเนื่องจากน้ำออกได้ทางเดียวคือปลายท่อ ดังนั้นคนที่เป่าไม่ดีหรือไม่มีแรงอาจต้องเป่ามากกว่า 1 ที ส่วนแบบมีวาวล์นั้นเวลาเป่าน้ำจะออกได้ 2 ทางทั้งปลายท่อด้านบน และวาวล์ด้านล่างทำให้ Clear น้ำได้ง่ายกว่า แค่เป่าทีเดียวก็น้ำอาจจะออกหมดแล้วแนะนำว่าถ้าจะซื้อ Snorkel ควรซื้อแบบมีวาวล์เท่านั้นราคาก็แพงกว่าแบบไม่มี วาวล์แค่ 100 200 บาท เท่านั้น
หลักการ Clear น้ำออกจากท่อ
- กรณีเราต้องการให้น้ำเข้าท่อแบบตั้งใจ
บางครั้งเราอาจอยากจะดำลงไปใต้น้ำ(กรณีไม่ใส่ชูชีพ) เรารู้ว่าน้ำจะต้องเข้าท่อจนเต็มแน่ ดังนั้นวิธีนี้ก่อนดำลงไปให้หายใจเข้า-ออกลึกๆ บนผิวน้ำสัก 3 ครั้ง(อย่าเกินนี้นะ อันตราย) เมื่อหายใจเข้าครั้งสุดท้ายจนสุดแล้วจึงดำลงไปใต้น้ำ (ก่อนดำลงน้ำต้องอยู่ในช่วงหายใจเข้าเท่านั้นนะ อย่าหายใจออกหมดแล้วค่อยดำล่ะ เดี๋ยวโผล่ขึ้นมาไม่มีแรงเป่ากระชากน้ำออกจากท่อสำลักน้ำแน่ๆ) อันนี้จะอยู่ใต้น้ำได้นานแค่ไหนขึ้นอยู่กับคนแล้วครับ ว่าอึดแค่ไหนต้องฝึกเอาเอง (ปกติผมได้ประมาณ 60-80 วิ.) ก่อนโผล่ก็มองดูข้างบนและรอบข้างให้ดีว่ามีสิ่งกีดขวางใดๆหรือป่าว แล้วจึงลอยตัวขึ้น พอศีรษะหรือปลายท่อพ้นน้ำแล้วก็ให้เป่ากระชากน้ำออกจากท่อแรงๆทันที ถ้าแรงดีเป่าทีเดียวก็หมด แต่ถ้าแรงไม่ดีอาจต้องมีเป่า ดาบ 2 ครับ ซึ่งตอนนี้แหละทุกคนต้องมีสมาธิมากๆ เพราะเราออกแรงเป่าไปแล้ว(หายใจออกไปแล้ว) ตอนนี้เราก็จำเป็นต้องหายใจเข้าถ้าใครไม่มีสมาธิ จะรีบหายใจ เอาอากาศเข้าไปเร็วๆ จะทำให้น้ำที่หลงเหลืออยู่ในท่อกระฉอกเข้าไปในหลอดลมทำให้สำลักทันที ถ้าควมคุมสติไม่ได้คราวนี้ก็ตกใจกันไปใหญ่ ถ้าหากเกิดกรณีต้องลงดาบ 2 นั้นขอให้ตั้งสติแล้วพยายามสูดหายใจเข้าผ่านท่ออย่างระวังและช้าๆที่สุด จนเต็มปอดแล้วทำการเป่ากระชากน้ำออกไปอีกที แค่นี้แหละครับ แรกๆ หากจะ Skin Dive ลงไปแบบนี้ อย่าฝืนกลั้นหายใจนานนัก เผื่ออากาศไว้แก้ปัญหาที่ผิวน้ำบ้างจะดีกว่า วิธีที่จะสังเกตว่าต้องมีดาบ 2 หรือไม่ ให้ฟังดูว่าหลังจากที่เป่าออกไปครั้งแรกแล้วพอหายใจเข้า มีเสียงน้ำขลุกขลักในท่อบ้างหรือไม่ถ้ายังมีเสียงขลุกขลักแสดงว่ายังมีน้ำหลงเหลืออยู่ในท่อ ให้หายใจเข้าช้าๆอย่างระวังเพื่อเตรียมดาบ 2 ได้เลย
- กรณีที่น้ำเข้าท่อแบบไม่ตั้งใจ
กรณีนี้มักเกิดจากการติดตั้งท่อในตำแหน่งที่ไม่ถูกต้องหรือไม่เหมาะสม เช่นต่ำเกินไป หรือปลายท่อลู่ไปข้างหน้า(ที่ถูกปลายท่อต้องตั้งฉากกับผิวน้ำหรือลู่ไปทางด้านหลังเล็กน้อยขณะที่ใช้งานอย่างถูกต้อง / การใช้งานที่ถูกต้องคือให้มองไปข้างหน้าประมาณ 45 องศา หากมากกว่า 45 องศาจะทำให้เมื่อยคอ แต่ไม่ใช่คว่ำหน้ามองตรงดิ่ง 90 องศาไปที่พื้นนะครับอย่างนั้นก็เกินไป) ทำให้คลื่นซัดหรือกระฉอกเข้ามาได้ ซึ่งส่วนใหญ่การสำลักจะมาจากแบบนี้มากกว่าแบบแรก เพราะแบบแรกเรามีการเตรียมตัวก่อน แต่ถ้าน้ำเข้าท่อแบบไม่รู้ตัวแบบนี้ถ้าเข้าในขณะที่เราหายใจเข้าไปบ้างแล้วก็ยังพอทำเนา เพราะยังมีอากาศที่จะใช้ดันน้ำออกจากท่อได้บ้าง แต่ถ้าน้ำเกิดไปเข้าท่อขณะที่เราหายใจออกจนสุดแล้วนี่ ก็ต้องเตรียมตัวสำหรับดาบ 2 ตั้งแต่ยังไม่ลงดาบแรกเลย อิอิ
3.4 หากต้องการพักขณะที่ลอยอยู่กลางทะเล
ให้พลิกตัวขึ้นไปทางด้านซ้าย(ด้านที่ติดท่อหายใจไว้) ตัวเราจะอยู่ในลักษณะนอนหงายโดยอัตโนมัติ หากยังไม่หงายให้ลองปรับลักษณะร่างกายตอนนั้นสักเล็กน้อยก็น่าจะได้ เมื่อหงายได้แล้วก็ไม่ต้องตีแขนตีขาก็ได้มันจะไม่จมแล้วครับ หรือใช้นกหวีดเป่าเรียกเรือก็ได้
===========================================
จากคุณ : RRT [06 Sep 2006 - 0:36:05] KoPoK likes it.
ความคิดเห็นที่
4
4. ระวังอันตรายต่างๆที่อาจเกิดขึ้นได้ระหว่างดำน้ำ
4.1 ก่อนจะตั้งตัวตรงกับผิวน้ำ หรือนอนหงาย (ขาเราจะลงต่ำ)ให้ก้มดูบริเวณรอบๆก่อนว่าลึกพอหรือไม่ เพราะหากไม่ลึกพอ ขาเราอาจไปโดนปะการังหัก หรือ บาดทำให้เกิดแผลได้ หรืออาจมีหอยเม่นซึ่งเป็นอันอยู่บริเวณนั้นก็ได้
4.2 ควรรู้ว่าสัตว์ใดที่เป็นอัตรายกันเราได้บ้าง เช่นหอยเม่ย หอยเต้า ปูน ปลาสิงโตเป็นต้น
4.3 ดังนั้นจึงไม่ควรจับหรือแตะต้องอะไร เพื่อความปลอดภัยของเราเอง
4.4 เรื่องการสำลักน้ำ ดังนั้นทุกครั้งที่สูดหายใจเข้าต้องสูดหายใจเข้าอย่างระวังเสมอ จงจำไว้ ว่าให้สูดหายใจเข้าอย่างช้าๆ เพื่อว่าน้ำเข้าหากเกิดน้ำเข้าท่อจะได้มีสติ และเตรียมเป่าน้ำออกได้ทันจะได้ไม่สำลักน้ำ เมื่อไหร่ก็ตามหากมีเสียงน้ำขลุกขลักในท่อให้หาทาง Clear น้ำออกก่อน
4.5 ขณะอยู่ในทะเลห้ามถอดหน้ากากและ Snorkel ออกโดยไม่จำเป็น เพื่อป้องกันการสำลักน้ำ จำไว้ว่าหน้ากากต้องใส่อยู่ตลอดเวลาและปากต้องคาบ Snorkel อยู่เสมอ การ Clear น้ำออกจาก Snorkel ด้วยการลอยตัวศีรษะพ้นน้ำแล้วคาย Snorkel ออกจากปากมารินหรือเคาะน้ำออก เป็นวิธีที่ผิด(ถึงแม้จะทำได้ แต่คุณอาจจะสำลักน้ำทะเลได้) และผมก็ไม่เคยสอนใครให้ทำวิธีนี้
4.6 ขณะนั่งอยู่บนเรือไม่ควรเอามือเกาะกาบเรือโดยเฉพาะตอนเรือจอดหรือขึ้นลงต่อกันหลายๆลำ เพราะอาจถูกเรือลำข้างๆ กระแทกนิ้วมือได้รับบาดเจ็บได้ พบเห็นบ่อยมากครับกรณีนี้
===========================================
จากคุณ : RRT [06 Sep 2006 - 0:36:24] KoPoK likes it.
ความคิดเห็นที่
5
ขอนพระคุณมาก เลยครับคุณ RRT
จากคุณ : หมอเจ [06 Sep 2006 - 14:33:13] like it
ความคิดเห็นที่
6
ขอความรู้เพิ่มเติมเรื่อง Hyper ventilation(มั๊ง) ได้ไหมครับ
จากคุณ : ทรนงชาย [06 Sep 2006 - 19:52:41] like it
ความคิดเห็นที่
7
เรื่อง Hyper ventilation นี่อยากให้น้านงฯ
เป็นผู้อธิบายให้น้องๆฟัง น่าจะดีกว่านะครับ
เพราะเรื่องนี้ จริงๆแล้ว ความรู้ RRT คงเทียบได้แค่หางอึ่ง
แต่ความรู้น้านงฯ คงเทียบได้กับ หางตะเข้ เลย ครับ
นะ..นะ ๆ..น้านง อธิบายหน่อยครับ
จากคุณ : RRT [06 Sep 2006 - 20:28:37] like it
ความคิดเห็นที่
8
ง่า.... น้านงไม่ใช่บ้องตันนะ(ย๊ะจะบอกให้)
จากคุณ : ทรนงชาย [06 Sep 2006 - 20:48:20] like it
ความคิดเห็นที่
9
ซู้ดดดดดดดดดลึกๆถี่ๆ แล้วมุดลงน้ำ
ทำบ่อยๆอาจเกิดอาการดำออก (black out) หน้ามืด เจอใครเอาหมด ไม่ดีๆ อันตราย ฮ่าๆ
จากคุณ : A-bad [06 Sep 2006 - 22:21:22] like it
ความคิดเห็นที่
10
hyperventilation คือการหายใจเข้าออกลึก ๆ เร็ว ๆ ครับ
การทำ hyperventilation จะทำให้มีการ wash out carbon dioxide(CO2) normal ~ 40 mmHg)ออกจากเลือด ได้มากขึ้น (<40mmhg)
ขณะเดียวกันoxygen ในเลือดก็จะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
สรุปคือ การลดลงของ CO2 จะทำให้เวลาในการสร้าง CO2 จนถึงระดับการกระตุ้นการหายใจอีกครั้งนานขึ้น(~ 45-50 mmHg) ทำให้เรากลั้นการหายใจได้นานขึ้น อยู่ใต้น้ำได้นานขึ้นครับ
ทำ 3-5 breath cycle ก็เพียงพอแล้วครับ ที่จะดำลงใต้น้ำ 60-90 second
จากคุณ : หมอเจ [06 Sep 2006 - 23:49:58] KoPoK likes it.
ความคิดเห็นที่
11
ดีจัง มีอ.หมอมาให้ความรู้ สรุปแบบเข้าใจง่ายๆ มันคือการหลอกปอด หน่วงเวลาการกระตุ้นที่จะต้องหายใจครั้งต่อไป ใช่ไหมครับ
อยากให้ช่วยอธิบายผลเสียของการทำ ไฮเปอร์เวนทีเลชั่น ในทางการแพทย์หน่อยครับ ว่ามีอันตรายอย่างไรบ้าง
จากคุณ : A-bad [07 Sep 2006 - 0:00:29] like it
ความคิดเห็นที่
12
ขอหมอผีเสียบ(อธิบาย) ตามควายเข้าใจก่อน เดียวให้มดให้หมอมาต่อก็แล้วกัน
การทำ ไฮเปอร์เวนทีเลชั่น เป็นการไล่ A-bad เอ๊ย.... ไล่ Co2 ออกจากร่างกายจะได้ดำน้ำแบบตัวเปลือย(ปล่าว) ได้นานๆหน่อย ว้า.... สงสัยต้องเขียนกันยาว... เอาไว้ถ้าใครสนใจก็ต่อกันภาคปฏิบัติ ในตอนนู๊น.... ที่จะไปดูช้างก็แล้วกัน
จากคุณ : ทรนงชาย [07 Sep 2006 - 7:44:10] like it
ความคิดเห็นที่
13
เขียนมา ซะ ดีดี จะอ่าน อ่ะ
จากคุณ : kkob [07 Sep 2006 - 10:20:40] like it
ความคิดเห็นที่
14
correct me if i'm wrong,
คือในร่างกายของเรามีระบบที่จับระดับ Co2 ในร่างกาย ถ้าเราลองกลั้นหายใจ.... เมื่อปริมาณ Co2 ในร่างกายขึ้นมาสูงระดัยนึง เจ้าเซ็นโง่ ตัวนี้จะมากระตุ้นให้เราหายใจ เพื่อลด Co2 ลง
ถ้าเราอยากจะไล่ A-bad ออกจากร่างกาย ท่านว่าไว้ให้หายใจยาวๆ ถี่ๆ 3 ครั้งแล้วค่อยสูดเฮือก แล้วค่อยมุดน้ำไป การหายใจยาวๆ ถี่ๆ 3 ครั้งนี้ จะทำให้ O2 ในร่างกายเพิ่มขึ้น(เล็กน้อย) ส่วน Co2 ที่ค้างอยู่ในปอดลดลง ข้อดีของการทำ ไฮเปอร์เวนทีเลชั่น ก็คือเราสามารถกลั้นหายใจได้นานกว่าปกติก นานจนเมื่อระดับของ Co2 ค่อยๆสูงขึ้น จนเซ็นโง่จับได้ว่า Co2 สูงเกินแล้วนะ หายใจเฟ้ย หายใจเฟ้ย Co2 ก็จะลดลง
ไม่มีอะไรที่ดีไปทั้งหมด แต่เราก็ควรรู้ในส่วนที่เสียของการหายใจยาวๆ ถี่ๆ นี้ด้วย
จากคุณ : ทรนงชาย [07 Sep 2006 - 11:56:53] KoPoK likes it.
ความคิดเห็นที่
15
ตั้งโจทย์ก่อน
สมมุติ.... ว่าดำน้า 1 ครั้งได้นาน 40 วินาที
ถ้าเราทำ ไฮเปอร์เวนทีเลชั่น ด้วยการหายใจยาวๆ ถี่ๆ 3 ครั้ง เราจะสามารถดำน้ำได้ 70 วินาที
ทำไมเราไม่ทำ ไฮเปอร์เวนทีเลชั่น สัก 20 ครั้งเลยล่ะ..... จะอยู่ด้วยกันน้านนาน.....
จากคุณ : ทรนงชาย [07 Sep 2006 - 12:02:15] like it
ความคิดเห็นที่
16
ทำไฮเปอร์ 20 ครั้ง ได้ไปอยู่ด้วยกันบนสวรรค์ดิครับ น้านง นานชัวร์
จากคุณ : A-bad [07 Sep 2006 - 12:17:12] like it
ความคิดเห็นที่
17
เป็นกะ ร่ายกาย มัน งง รึ ป่ะ ทำไฮเปอร์บ่อย ๆ มีออกซิเจนมาก ๆ แล้ว มันคิดว่าไมต้องหายใจก็ได้ มันก็เลยไม่สั่งให้หายใจ ในขณะที่มี CO ห้อย 2 เพียบ เต็มปอด
จึงเกิดผลเสีย ต่อระบบการหายใจเข้า เข้าใจ ถูกป่ะ ?????
จากคุณ : kkob [07 Sep 2006 - 13:30:44] like it
ความคิดเห็นที่
18
คือถ้าเราทำ ไฮเปอร์เวนทีเลชั่น ไปสัก 20 ครั้ง ร่างกายเราจะสะสม O2 ได้เพิ่มขึ้นอีกเพียงเล็กน้อย แต่ปริมาณของ Co2 ในร่างกายของเรานั้นจะต่ำ(แทบจะติดใต้ถุนเลย) เมื่อเรากลั้นหายใจไปนานๆ O2 มันก็จะหมดไปเรื่อยๆ จนสมองมันไม่สังการ...
แล้วก็ไปสวรรค์แบบที่ท่านรอง A-bad บอก..
ทั้งนี้เนื่องจากเราลด Co2 มากเกินไป จนเมื่อกลั้นหายใจจน O2 หมดไปแล้ว(เหลือน้อย) แต่ Co2 ยังไม่ถึงขีดที่เซ็นโง่ของ Co2 จะทำการเตือน 5555 ดังนั้นเค้าถึงให้ทำ ไฮเปอร์เวนทีเลชั่น แค่ 3-5 ครั้ง ก็จะได้ไม่เสี่ยงกับการที่จะขาด O2 ไปเลี้ยงสมอง ไงครับ
จากคุณ : ทรนงชาย [07 Sep 2006 - 16:25:54] KoPoK likes it.
ความคิดเห็นที่
19
ง่าที่เรียกว่า เซ็นโง่ นั้นเพราะว่ามันมีเพียงแค่ตัวเดียวและ detect ได้เฉพาะ Co2 เท่านั้น ส่วน O2 ที่น้อยลงไปแทบติดดิน(ในเวลาที่กลั้นหายใจไปนานๆ) จะไม่มีการ warning ใดๆเลย... แหมมมมมมม ...ถ้ามีครบ 2 ตัวก็ดีหรอกเจ้า sensor
จากคุณ : ทรนงชาย [08 Sep 2006 - 12:06:33] like it
ความคิดเห็นที่
20
ขอบคุณครับ...........ๆ ดีจังเลย ผมไม่เคยรู้มาก่อนเลยความรู้ใหม่ๆ อีกแล้ว
จากคุณ : LuFaus [08 Sep 2006 - 20:58:03] like it
ความคิดเห็นที่
21
น้านง อธิบาย ได้เคลียร์มาก ๆ เลยครับ
ส่วนของผมขอเพิ่มเติมเล็กน้อยครับ
เซ็นโง่ที่ว่านะครับ จริง ๆ แล้ว มีด้วยกันอยู่ 2 กลุ่ม
กลุ่มนึงอยู่ที่ก้านสมอง (medulla)
อีกกลุ่มนึงอยู่ที่หลอดเลือดแดงที่คอ
กลุ่มที่อยู่ที่ก้านสมอง จะรับการเปลี่ยนแปลงของค่าความเป็นกรดที่ลดลง (pH) ในน้ำไขสันหลัง
ซึ่ง ไอ้ CO2 เนี่ยเป็นกรดที่อยู่ในสภาพก๊าซ (valatile acid)สามารถผ่านเยื่อหุ้มสมองได้ แล้วไปทำให้น้ำไขสันหลังเป็นกรด กระต้นให้มีการหายใจมากขึ้น เพื่อกำจัด CO2 ออกไปจากร่างกายเรา ความเป็นกรดจะได้ลดลง และเข้าสู่ภาวะปกติ
ส่วนกลุ่มที่อยู่ที่คอ จะถูกกระตุ้นเมื่อ
1. O2 ในเลือดแดงต่ำ (< 60 mmHg)
2. CO2 ในเลือดเพิ่มขึ้น (> 40 mmHg)
3. pH ที่ต่ำลง (เลือดเป็นกรด)
การทำ hyperventilation มากเกินไป จะทำให้ CO2 ลดต่ำลงมาก
หากเราดำน้ำ ทั้งอย่างนั้น O2 ลดต่ำลง ถ้าลดต่ำลงน้อยกว่า 60 mmHg ก็จะมีการกระตุ้นให้มีการหายใจใด้เหมือนกันครับ
แต่สมองของบางคน ทนไม่ได้ครับ ขาด O2 ไม่ยอมทำงาน หมดสติไปเสียก่อน ก็เลยหลอมรวมกับทะเลเป็นหนึ่งเดียวกัน ซัก 2-3 วัน ทะเลก็จะเริ่มรู้ว่าเราไม่ใชพวกเดียวกัน และเริ่มผลักไส (ขึ้นอืด)
นอกจากนนี้ การทำ hyperven มากเกินไปทำ ให้การทำงานของ cell กล้ามเนื่อไม่ปกติครับ
เกิด มือจีบ เท้าจีบ (ห้องเชียร์ syndrome) ตามมาได้
ทำให้พอดีจะมีสุข ทำเยอะเกิน ธรรมชาติ จะลงโทษเราได้คับ
จากคุณ : หมอเจ [11 Sep 2006 - 10:35:53] KoPoK likes it.
ความคิดเห็นที่
22
ง่า..... ลึกไปจนถึง อะ-นา-โต-มี (anatomy) น้านงหางอึ่ง คงเข้าไปไม่ถึงหรอกครับ แต่ว่า....
นอกจากนนี้ การทำ hyperven มากเกินไปทำ ให้การทำงานของ cell กล้ามเนื่อไม่ปกติครับ
เกิด มือจีบ เท้าจีบ (ห้องเชียร์ syndrome) ตามมาได้
(หมอเจ)
พวกที่ชอบ จีบปากจีบคอ นี่ก็มาจากการทำ ไฮเปอร์เวนทีเลชั่น ด้วยหรือเปล่า ครับ
จากคุณ : ทรนงชาย [11 Sep 2006 - 11:26:41] like it
ความคิดเห็นที่
23
OhO กระทู้นี้ชำแหละกันไปถึงเครื่องในแล้วครับ แอบๆแซวนะครับ เป็นประโยชน์มากครับผม ..
จากคุณ : Dokpeep [11 Sep 2006 - 11:31:10] like it
ความคิดเห็นที่
24
... โอ้โห มีกระทู้วิชาการด้วย อิอิ ...
... ดีจังครับ ได้ความรู้ดีมากๆเลย ขอบคุณวิทยากรทุกท่านเลยคร้าบบบบ ...
...
... เท่าที่เคยศึกษา hyperventilation มาบ้างนะครับ ก็ขอเสริมว่า ...
... ไม่ควรทำ hyperventilation ติดต่อกันเกิน 3 ครั้ง นะครับ ...
... และเพื่อความปลอดภัย ควรดำน้ำพร้อมกับบัดดี้ทุกครั้งด้วย ...
... ไม่เฉพาะ Scuba นะครับ Snorkeling ก็ควรมีบัดดี้นะ ...
... เพราะในน้ำเนี่ยถ้าเกิดอุบัติเหตุอะไรขึ้นมา บางทีเราช่วยตัวเองไม่ได้ครับ ...
... อย่างเช่น กรณีหมดสติใต้น้ำ เป็นต้น ...
... ถ้าไม่มีใครช่วย ก็ถึงชีวิตเลยครับ เรื่องพวกนี้ปลอดภัยไว้ก่อนเนอะ ...
จากคุณ : pixel [12 Sep 2006 - 12:04:41] like it
ความคิดเห็นที่
25
เข้ามาอ่าน อ่าน อ่าน ...... แต่ต่อมสมอง ชอบเซ็น โง่ เก็บไว้ นาน นาน ก่อน
สิ้นเดือนค่อยมาจ่าย ...
จากคุณ : kkob [14 Sep 2006 - 10:23:47] like it
ความคิดเห็นที่
26
จริงๆด้วย
การมีระบบบัดดี้ก็เป็นสิ่งสำคัญของการดำน้ำทั้งตื้นและลึก
เพราะบัดดี้จะคอยช่วยเราไม่มากก็น้อยตอนเรามีปัญหา
จากคุณ : อีฟ [14 Sep 2006 - 14:22:25] like it
ความคิดเห็นที่
27
มาอ่านเก็บข้อมูลครับ
จากคุณ : nampol [06 Mar 2007 - 15:08:43] like it
ความคิดเห็นที่
28
เพิ่งได้ไปลองลงทะเลจริง หลังจากลองซ้อมฟรีไดวิ่งกับเพื่อน ๆ มาระยะหนึ่ง (ยังไม่ได้ไปลงเรียนจริงจังเสียที)
ความลึกไม่เป็นปัญหา อยู่ที่เราเคลียร์หูได้หรือไม่มากกว่า แล้วก็ Hold one breath จะรู้สึกสบายกว่า ไม่อึดอัด
ก่อนหน้านี้ทุกทีที่ลงไป ใจจะเต้นเร็ว เต้นแรงขึ้น แต่หนนี้ลงไปแล้วรู้สึกสบาย ๆ ผ่อนคลายมาก
อยากลงไปดำน้ำใส ๆ เล่นที่เาะสุรินทร์เร็ว ๆ เสียจริง
จากคุณ : A-bad [05 Jan 2010 - 0:46:05] like it
ความคิดเห็นที่
29
คนเป็นโรคหอบหืด ดำน้ำได้มั้ยคะ
จากคุณ : naparantri [15 Jul 2010 - 15:56:31] like it
จากคุณ : A-bad [16 Jul 2010 - 9:23:18] chom_s likes it.
ต้อง login ก่อนนะจ้ะ ถึงจะตอบกระทู้ได้